การใช้น้ำคังเก้นในร้านอาหาร, ร้านกาแฟ, ร้าน Bekery, Cafe and Restaurant

"The Clean Plate" ร้านอาหาร organic Filipino, Spanish และ Italian ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของ Up Town Center, ฟิลิปปินส์ เปิดเมื่อเดือนธันวาคม 2014 โดย Deo Endrinal เจ้าของร้าน โดยมีคอนเซ็ปของร้าน คือ "Eco-Friendly" โดยใช้พืชผักชนิดออร์กานิค และวัตถุดิบอื่นๆก็มาจากเกษตรกรในพื้นที่ Chef C.J. Lim กล่าวว่า "ตั้งแต่การล้างผัก ไปจนถึงการทำซอสปรุงรสต่างๆ เราใช้น้ำคังเก้นในขั้นตอนการทำอาหารทั้งหมด น้ำคังเก้นช่วยดึงเอารสชาตตามธรรมชาติของวัตถุดิบออกมา และทำให้อาหารมีรสชาตดีอย่างไม่น่าเชื่อ"
C.J. Lim และพนักงาน
Chef ของร้าน "The Clean Plate"
ร้าน "VANILLACHOCOLATE HEALTHY BAKERY", Michoacan, Mexico เป็นร้าน bakery และ cafeteria ที่มีสาขามากกว่า 10 สาขาในประเทศเม็กซิโก เจ้าของคือ Fernando Garcia De Alba Zepeda สาขาแรกเปิดเมื่อ 1 สิงหาคม 2010 เมื่อถามถึงชื่อร้าน "Vanillachocolate" Fernando ตอบว่า วนิลา ในเม็กซิโกถือว่าเป็นพืชศักดิ์สิทธิ์ และช็อคโคแลตถือเป็นเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ ดังนั้นจึงตั้งเป็นชื้อร้านจากพืชทั้งสองชนิดที่เป็นเหมือนของขวัญที่ถูกส่งมาสู่โลกมนุษย์ เขายังได้อธิบายถึงคอนเซ็ปของร้าน 2 อย่าง คือ การใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง และการยึดหลักประกอบอาหารให้มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ดังนั้น น้ำคังเก้นเป็นอะไรที่เหมาะที่สุด Fernando ได้ติดตั้งเครื่อง LeveLuk ในร้านทั้ง 10 สาขา เพราะเป็น "เครื่อง water ionizer ที่ดีที่สุดในท้องตลาดที่สามารถผลิตน้ำด่างที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระได้" ซึ่งเหมาะกับคอนเซ็ปร้านของเขา ส่วนในแผนก Cafeteria หากมีลูกค้าสั่งชา หรือกาแฟ เขาก็ใช้น้ำคังเก้น "น้ำคังเก้นเป็นส่วนหนึ่งของนวัตกรรมสุขภาพที่เราจัดหาให้ลูกค้า เป็น Value added ที่สะท้อนถึงแบรนด์ "VanillaChocolate Healthy Bakery"
Fernando Garcia De Alba Zepeda
เจ้าของร้าน
Myo Restobar ในประเทศสิงคโปร์ ร้านอาหารติ่มซัม เจ้าของร้านคือ Peter Chia & Ng Kia Jin โดย Signature dish ของทางร้าน คือ Kia Hiang Clay Pot Chicken ทางร้านติดตั้งเครื่อง Super 501 และ K8 โดย LeveLuk Super 501 ได้ถูกติดตั้งในครัวกลาง และ LeveLuk K8 ได้ถูกติดตั้งใน exclusive private dining room พนักงานร้านกล่าวว่า การแช่เนื้อสัตว์ในน้ำคังเก้น ทำให้เนื้อนุ่มและมีรสชาตดีขึ้น หนึ่งในเมนูที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของร้านนี้คือ ข้าวกล้อง และ organic clay pot chicken
Peter Chia & Ng Kia Jin
เจ้าของร้าน
Hock Hai (Hong Lim) Curry Chicken Noodle Restaurant เจ้าของร้านคือ Ms. Quek ผู้ซึ่งเอาใจใส่ในด้านคุณภาพอาหาร และความพึงพอใจของลูกค้ามาก ดังนั้น เธอมักจะมองหาทางที่จะปรับปรุงอยู่เสมอ เพื่อนของเธอ, Alvin, เป็นผู้ที่แนะนำให้เธอรู้จักน้ำคังเก้น หลังจากที่เธอได้ลองหาข้อมูลเกี่ยวกับน้ำคังเก้น เธอจึงตัดสินใจซื้อเครื่องคังเก้น ตอนนั้นเพื่อช่วยคุณป้าซึ่งมีปัญหาด้านสุขภาพอยู่ เมื่อเธอคุ้นเคยกับการใช้เครื่อง เธอจึงตัดสินใจลองใช้น้ำคังเก้นกับเมนูอาหารของเธอ ผลคือ เธอตัดสินใจซื้ออีกเครื่องหนึ่งเพื่อใช้ในร้านอาหารของเธอ และเมื่อถูกถามว่าทำไมถึงซื้อเครื่องคังเก้นมาใช้ในร้านอาหาร เธอตอบว่า "เหตุผลหลักที่ดิฉันซื้อเครื่องคังเก้น ก็เพราะมันจะให้ประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้าของดิฉัน เพราะดิฉันเชื่อว่า สุขภาพต้องมาก่อน และน้ำคังเก้นก็ทำให้อาหารของร้านดิฉันมีกลิ่น รสดีขึ้น และแน่นอน มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้นด้วย"
Ms. Quek
เจ้าของร้าน
Guan Heng Café เปิดกิจการเมื่อปี 1979 โดย Tan Beng Lay แต่เมื่อเดือนมกราคม 2017 Tan ได้เกิดมีปัญหาด้านสุขภาพ โดยมีอาการหัวใจวาย ต่อมาเดือนมิถุนายน เธอได้พบ Alvin ผู้ซึ่งแนะนำให้เธอรู้จักน้ำคังเก้น เธอให้ความสนใจในเทคโนโลยีของน้ำคังเก้น และประโยชน์ที่จะได้รับต่อสุขภาพมาก และเธอก็ยังสงสัยอีกว่า น้ำคังเก้นจะนำมาใช้กับเมนูเครื่องดื่มของเธอได้หรือไม่ หลังจากที่เธอได้ทดลองดื่มน้ำคังเก้น และลองใช้กับเมนูเครื่องดื่มของเธออยู่ 3 เดือน เธอจึงตัดสินใจซื้อเครื่อง K8 และติดตั้งในร้านกาแฟของเธอ ตอนนี้สุขภาพของเธอดีขึ้นมาก และเธอรู้สึกมีความสุขมากที่เธอได้ตัดสินใจใช้ น้ำคังเก้นในทุกๆเมนูเครื่องดื่มของเธอ ทุกวันนี้เธอใช้น้ำคังเก้นกับน้ำเฉาก้วยเมนูเด็ดของเธอ และน้ำผลไม้คั้นสด เนื่องจากเธอดื่มน้ำคังเก้นและใช้น้ำคังเก้นในธุรกิจของเธอด้วย เธอรู้สึกมีพลังมากขึ้นที่จะผลิตเมนูคุณภาพให้กับลูกค้าของเธอ และเธอมีความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของน้ำคังเก้นมากจนเธออยากจะแจกจ่ายน้ำให้กับญาติๆและเพื่อนๆของเธอทุกคน
Tan Beng Lay
เจ้าของร้าน
Nishi-Kasai,Edogawa Ward ในโตเกียว มีประชากรชาวอินเดียอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เจ้าของร้าน CALCUTTA,Jagmohan Swamidas Chandrani เป็นชาวอินเดียที่อายุมากที่สุดที่อาศัยอยู่ที่นั่น Chandrani มาประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1978 และเลือกอยู่ที่ Nishi-Kasai เพื่อทำธุรกิจนำเข้าชาจากประเทศอินเดีย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาก็เป็นต้นแบบให้กับชาวอินเดียที่เข้ามาอยู่อาศัยในประเทศญี่ปุ่น เขาคอยให้คำแนะนำ และช่วยแก้ปัญหาต่างๆให้กับชาวอินเดียที่มาปรึกษาเขา การเปิดร้านอาหารอินเดียก็เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของเขาที่จะช่วยชาวอินเดียด้วยกัน Chandrani กล่าวว่า "ในตอนนั้น หลายๆคนมีความยากลำบาก เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นตอนนั้น ไม่ค่อยมีร้านอาหารที่เป็นอาหารอินเดียแท้ๆ ดังนั้น ผมจึงตัดสินใจเปิดร้าน CALCUTTA ในปี ค.ศ. 1998" เมื่อจำนวนของชาวอินเดียเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เขาจึงเปิดร้านเพิ่มอีก 1 สาขา Chandrani กล่าวว่า อาหารในร้านของเขานั้นประกอบขึ้นตามพื้นฐานของอายุรเวช ซึ่งเป็นแบบแผนการรักษาที่มีมาแต่โบราณในอินเดีย และปรุงโดยกุ๊กชาวอินเดีย Concept ของร้านอาหาร มาจากแนวคิดที่ว่า "อาหารที่ดีจะช่วยป้องกันและรักษาโรค" ดังนั้น เขาจึงติดเครื่อง LeveLuk และใช้ "น้ำคังเก้น" ในร้านอาหารของเขา เขาใช้ น้ำคังเก้น ประกอบอาหารในทุกๆเมนูในร้าน โดยเฉพาะเมนูแกงกระหรี่ ทำให้หน้าตาและรสชาตดีขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ เขาใช้น้ำคังเก้นในการทำโยเกิตและโดนัทด้วย Chandrani ได้กล่าวย้ำว่า "ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการมีสุขภาพดี"
Jagmohan Swamidas Chandrani
เจ้าของร้าน