น้ำคังเก้น พีเอช 8.5-9.5

         น้ำคังเก้นมีคุณสมบัติ 3 ประการที่แตกต่างจากน้ำชนิดอื่นใดในโลก :กลุ่มโมเลกุลเล็ก (Micro-clustering), มีความเป็นด่าง (alkalinity) และมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ (anti-oxidant)

         เมื่อเปิดน้ำประปาเข้าเครื่อง  จะผ่านไส้กรองในเครื่อง ทำหน้าที่กำจัดสิ่งสกปรก และสารเคมี เช่น คลอรีน   หลังจากนั้น น้ำสะอาดจะไหลเข้าไปสัมผัสกับแผ่นนำไฟฟ้า หรือที่เราเรียกว่า “เพลต” ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีจำนวนเพลตแตกต่างกัน      น้ำจะถูกแยกประจุ และไหลไปตามท่อ 2 ท่อ; ท่อที่มีพีเอชเป็นกรด เป็นน้ำ “ประจุบวก” และท่อที่มีพีเอชเป็นด่าง  เป็นน้ำ “ประจุลบ”

กลุ่มโมเลกุลเล็ก (Micro-clustering)

มีพีเอชเป็นด่าง (Alkalinity)

         โมเลกุลของน้ำ  ไม่ได้แค่ลอยอยู่เฉยๆเดี่ยวๆ  แต่จะจับกลุ่มรวมตัวกัน ซึ่งเราเรียกว่า “clusters”   และการที่โมเลกุลน้ำจับเรียงตัวกันเป็นรูปร่างต่างๆนี่เอง  ทำให้มีคุณสมบัติบางอย่างเกิดขึ้น

         เมื่อน้ำแต่ละโมเลกุลมาอยู่ใกล้ๆกัน  จะดึงดูดกัน  โดยออกซิเจนของโมเลกุลน้ำ จะดึงดูดอะตอมไฮโดรเจนของน้ำอีกโมเลกุลหนึ่ง     ถึงแม้ว่าจะไม่มีพันธะทางโมเลกุลเกิดขึ้นจริงๆก็ตาม   แต่แรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลของน้ำเหล่านี้ก็มีมากพอที่จะยึดโมเลกุลน้ำเข้าด้วยกัน และทำหน้าที่เหมือนเป็นโมเลกุลเดียวกัน

         น้ำส่วนใหญ่  รวมทั้งน้ำดื่มบรรจุขวด และน้ำประปา  ประกอบด้วยน้ำ 16-60 โมเลกุล/cluster   เรียกว่า Macro-Cluster

         ในระหว่างการเกิดขบวนการ ionization  น้ำที่มีกลุ่มโมเลกุลใหญ่นี้ จะแตกตัวออกเหลือ 4-6 โมเลกุล/cluster  เรียกว่า  Micro-Cluster  ซึ่งทำให้เข้าสู่เซลล์ในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ช่วยในปฏิกิริยาขับของเสียออกจากเซลล์ และนำสารอาหารเข้าเซลล์  

        เมื่อนำมาประกอบอาหาร  รสชาตของอาหารจะดีขึ้น โดยใช้วัตถุดิบและเครื่องปรุงลดน้อยลง  เนื่องจากน้ำคังเก้นสามารถดึงเอารสชาตและกลิ่นออกจากวัตถุดิบได้ดี

         คนส่วนใหญ่ไม่รู้ถึงความสำคัญในการรักษาสมดุลย์พีเอชในร่างกาย     ระดับพีเอชของเลือดเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดและ sensitive ที่สุด อยู่ที่พีเอช 7.365 ซึ่งไม่สามารถเพิ่มหรือลดลงกว่านี้มากนัก

         หากพีเอชของเลือดเกิดเปลี่ยนแปลง  ไม่สมดุลย์  อาจทำให้เกิดผลเสียรุนแรง  จนอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

         เนื่องจากระดับพีเอชของเลือดมีความสำคัญต่อร่างกายอย่างยิ่งยวด    หากระดับพีเอชเปลี่ยนแปลงไปจนถึงขีดที่จะเป็นอันตรายต่อร่างกาย     ร่างกายจะ”ละลาย” เอาเกลือแร่ที่มีความเป็นด่างออกจากส่วนอื่นของร่างกายที่มีความสำคัญน้อยกว่า  เข้ามาละลายในเลือด  เพื่อให้พีเอชของเลือดกลับสู่สมดุลย์เหมือนเดิม

         การที่ร่างกายมีกลไกเช่นนี้ (survival mode)  ก็เพื่อปกป้องตัวเองไม่ให้เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตในทันที  แต่มันก็เหมือนเป็นการฆ่าตัวเองอย่างช้าๆนั่นเอง  เพราะเป็นการทำให้ระบบอื่นๆของร่างกายอ่อนแอลง

         ร่างกายเริ่มที่จะต้องใช้พลังงาน และวัตถุดิบมากขึ้นในการทำงานระบบพื้นฐานต่างๆในร่างกาย   จนกระทั่งระบบโดยรวมมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคและสุขภาพเสื่อมโทรม

         โชคร้ายที่ทุกวันนี้  เราเลือกใช้ชีวิตที่นำตัวเองไปสู่สภาพร่างกายที่มีความเป็นกรด  เรียกว่า Acidosis    เรานำตัวเองไปสู่การเป็นโรคเรื้อรังในอนาคต

         การดื่มน้ำด่างประจุลบ (Alkaline rich ionized water) ช่วยร่างกายที่มีสภาวะความเป็นกรดเกิน  ให้คืนกลับคืนสู่สมดุลพีเอช

มีประสิทธิภาพในการต้านอนูมูลอิสระ (Anti-Oxidant)

         น้ำคังเก้นมีก๊าซไฮโดรเจน (Active Hydrogen, Molecular Hydrogen – H2)ละลายอยู่เป็นจำนวนมาก  ทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระ   เนื่องจากอิเลคตรอนของก๊าซไฮโดรเจนจะถูกจ่ายให้กับอนุมูลอิสระ (Free radicals) ตัวการร้าย สาเหตุของโรคเรื้อรังทั้งหลายในปัจจุบัน

         เราสามารถใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า ORP Meter ทำการวัดค่า Oxidation Reduction Potential (ORP) ของของเหลว  ซึ่งจะบ่งบอกถึงระดับความสามารถในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (ยิ่งค่า ORP ติดลบเยอะๆ  แสดงว่ามีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระสูง   หากค่า ORP เป็นบวก  แสดงว่าของเหลวนั้นเป็นตัวอนุมูลอิสระเสียเอง  คือก่อให้เกิดกระบวนการออกซิเดชั่น  เหมือนเหล็กที่เป็นสนิม

         น้ำคังเก้นมีค่า ORP -300 ถึง -800 (ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง  เช่น แหล่งน้ำ,ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ใช้)