10 อันดับน้ำดื่มบรรจุขวดที่แพงที่สุดในโลก ปี 2019

อะไรทำให้น้ำดื่มบรรจุขวดมีราคาแพง

         น้ำดื่มบรรจุขวดที่มีแหล่งที่มาจากธรรมชาติแท้ๆ  มักมีราคาสูงกว่ายี่ห้อทั่วๆไปมาก  เนื่องจากต้องมีค่าขนส่ง, มาตรการในการซื้อคาร์บอนเครดิตมาชดเชยกับปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมา (offset the carbon footprint), การรักษามาตรฐานความบริสุทธิ์ของน้ำ และการรักษาแหล่งน้ำ  เหล่านี้จึงทำให้สินค้ามีราคาแพง     น้ำดื่มยี่ห้อเหล่านี้  มักเป็นธุรกิจขนาดเล็กๆของครอบครัว ที่มีความเอาใจใส่ดูแลแหล่งน้ำอย่างแท้จริง และรักษาคุณภาพของแหล่งน้ำให้มีคุณภาพดีไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานในอนาคต

         Packaging หรือ บรรจุภัณฑ์นั้น คือสิ่งที่สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้ เหมือนบรรจุภัณฑ์ของไวน์ หรือเหล้า    ในบางกรณี น้ำที่บรรจุอยู่ภายในขวด ไม่ได้มีอะไรพิเศษ   ดังนั้น บรรจุภัณฑ์ก็อาจจะเป็นปัจจัยเดียวที่ทำให้สินค้ามีราคาแพง

               แหล่งน้ำที่ใช้ในการผลิตน้ำดื่มบรรจุขวด  มีตั้งแต่ น้ำพุ, น้ำฝน, น้ำบ่อ และภูเขาน้ำแข็ง  ซึ่งทั้งหมดต้องดูแลเรื่องความสะอาดบริสุทธิ์ของน้ำ และการรักษาแหล่งน้ำ ซึ่งหลายๆครั้งก็ทำได้ยาก

         ถ้าเรา search กูเกิ้ล หรือยูทูปด้วยคำว่า “most expensive water” หรือ “most expensive bottled water” เราจะพบรายชื่อยี่ห้อน้ำขึ้นมามากมาย   แต่ข้อมูลบางอันก็เป็นข้อมูลเก่า และไม่ถูกต้อง  บางยี่ห้อก็เลิกจำหน่ายไปแล้ว  และ/หรือ ราคาก็ไม่ถูกต้อง    ดังนั้น เราจึงรวบรวมข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน  เอาเฉพาะยี่ห้อที่ยังมีจำหน่ายอยู่  

 

 

และนี่คือ 10 อันดับ น้ำดื่มที่แพงที่สุดในโลก ในปี 2019

 

#10 – $34/L (1,050 บาท/ลิตร) – Berg จากแคนาดา

#9 – $40 /L (1,234 บาท/ลิตร) – BLVD จาก แทสมาเนีย, ออสเตรเลีย

#8 – $48 /L (1,480 บาท/ลิตร) – MINUS 181 จากเยอรมนี

#7 – $48 /L (1,480 บาท/ลิตร)- ROI จากสโลวีเนีย

#6 – $56 /L (1,728 บาท/ลิตร) – Lofoten จากนอร์เวย์

#5 – $60 /L (1,851 บาท/ลิตร) – Uisge Source จากสกอตแลนด์, อังกฤษ

#4 – $104 /L (3,209 บาท/ลิตร) – Bling h2o จากอเมริกา

#3 – $166 /L (5,123 บาท/ลิตร) – Svalbarði จาก สฟาลบาร์, นอร์เวย์

#2 – $190 /L (5,864 บาท/ลิตร) – NEVAS จากเยอรมนี

#1 – $616 /L (19,012 บาท/ลิตร) – Fillico Jewelry Water จากประเทศญี่ปุ่น

****************************************************

#10 – $34/L (1,050 บาท/ลิตร) – Berg จากแคนาดา

ราคาขายปลีกที่สูงที่สุด: HK$198 (781 บาท) ขนาด 750ml ที่ Aqua House ฮ่องกง

ประเทศ : แคนาดา

แหล่งน้ำ : ภูเขาน้ำแข็ง

TDS (ปริมาณเกลือแร่ mg/l): 10

         Berg ผลิตจากภูเขาน้ำแข็งที่ลอยมาจาก Greenland และมาละลายอยู่ในน้ำที่นอกชายฝั่งแคนาดาตะวันออก    และเนื่องจากแหล่งที่มาคือภูเขาน้ำแข็ง  ทำให้ Berg มีปริมาณเกลือแร่อยู่น้อยมาก    บรรจุภัณฑ์เป็นขวดแก้ว รูปลักษณ์เฉพาะ  และยังมีการผลิตรุ่นขวดพลาสติก สำหรับขายในราคาที่ถูกกว่า

 

#9 – $40 /L (1,234 บาท/ลิตร) – BLVD จาก แทสมาเนีย, ออสเตรเลีย

ราคาขายปลีกที่สูงที่สุด: US$30 (926 บาท) ขนาด 750ml ขายใน BLVD website

ประเทศ: Tasmania, Australia

แหล่งน้ำ: น้ำพุ

TDS (ปริมาณเกลือแร่ mg/l): 86

         BLVD เป็นแผนกหนึ่งของบริษัท Jon Monsir บริษัทที่ผลิตสินค้า luxury     แหล่งน้ำคือ น้ำพุในบริเวณพื้นที่เก่าแก่ของแทสมาเนีย    โดยเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่มุ่งเป้าตลาด high end     ตัวขวดทำจากแก้วอัลตร้าฟลินท์คุณภาพสูง  ปั๊มชื่อการค้าขนาดใหญ่จมลงในเนื้อแก้ว    ทำขายเฉพาะรุ่น sparkling (โซดา)  และขายให้เฉพาะที่พักสุดหรู และขาย online    

         การสร้าง story เบื้องหลัง brand และแหล่งน้ำ  อาจจะไม่ดึงดูดนัก  แต่ต้องยกให้กับความพยายามในการทำ packaging ของ BLVD    และ Tasmania เอง ก็เป็นที่ที่ยอดเยี่ยม เหมาะกับการเป็นแหล่งน้ำ

 

#8 – MINUS 181 – $48 per litre (1,480 บาท/ลิตร)

ราคาขายปลีกที่สูงที่สุด: €29 (995 บาท) ขนาด 681ml ขายที่ Fine Liquids

ประเทศ: Germany

แหล่งน้ำ: บ่อน้ำ

TDS (ปริมาณเกลือแร่ mg/l): 320

         MINUS 181 มีแหล่งที่มาจากบ่อบาดาลลึก 181 เมตร ในตอนเหนือของเยอรมัน    บรรจุภัณฑ์เป็นขวดแก้วขนาด 681ml ผลิตโดยบริษัท Riedel, บริษัทที่ก่อตั้งในปี 1756 มีชื่อเสียงในการผลิตแก้วไวน์     ฝาขวดใช้แก้ว Vinolok อย่างหรู     ในเว็บไซด์มีรีวิวจาก  water sommelier (ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำเปล่า) ชาวเยอรมัน Peter Schropp, Managing Director ของ the Doemens Academy.       

         MINUS 181 มุ่งเป้าหมายที่กลุ่ม high end  แต่เนื่องจากแหล่งน้ำก็ไม่มีความพิเศษอะไร และดีไซน์ของบรรจุภัณฑ์ก็มีความคล้ายคลึงกับยี่ห้ออื่น  จึงไม่เป็นที่โดดเด่นนัก

 

#7 – ROI – $48 per litre (1,480 บาท/ลิตร)

ราคาขายปลีกที่สูงที่สุด : 88 AED (738 บาท) ขนาด 500ml ขายที่ ROI UAE website

ประเทศ: Slovenia

แหล่งน้ำ: Spring (น้ำพุ)

TDS (ปริมาณเกลือแร่ mg/l): 7481

         ROI ทำการตลาดโดยกล่าวว่าเป็นน้ำที่มีปริมาณแมกนีเซียมสูงที่สุดในโลก      Water sommelier (ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำเปล่า) ชื่อ Martin Riese ครั้งหนึ่งได้เคยอธิบายถึงรสชาติของ ROI ว่าเหมือน “alka-seltzers”       บริษัทที่ผลิต ROI มีประวัติอันยาวนานเริ่มตั้งแต่ปี 1647  และมีแหล่งที่มาที่เป็นตำนานที่ว่า เทพอะพอลโล สั่งให้ม้าเพกาซัส กระทืบพื้น แล้วจึงมีน้ำพุพุ่งออกมา      ได้มีการกล่าวอ้างสรรพคุณของน้ำ ROI ว่ามีผลดีมากมายต่อสุขภาพ เนื่องจากมีปริมาณเกลือแร่อยู่สูง

 

#6 – Lofoten – $56 per litre (1,728 บาท/ลิตร)

ราคาขายปลีกที่สูงที่สุด: US$50 (1,540 บาท) ขนาด 888ml ขายที่ Salacious Drinks in Washington DC

ประเทศ: Norway

แหล่งน้ำ: Surface?

TDS (ปริมาณเกลือแร่ mg/l): 20

         หมู่เกาะ Lofoten ของประเทศนอร์เวย์ อยู่เหนือวงกลมอาร์กติก  เป็นพื้นที่ที่น่าทึ่ง เต็มไปด้วยเทือกเขา และแหล่งน้ำที่เกิดจากการละลายของหิมะ      แหล่งที่มาของน้ำ Lofoten ระบุไว้ไม่ชัดเจนในเว็บไซด์  แต่น่าจะมาจากทะเลสาบ หรือแม่น้ำบริเวณนั้น      ขวดบรรจุภัณฑ์มีความสวยงามและแตกต่าง และได้รับรางวัลมากมายในเรื่องการออกแบบตามสไตล์ Scandinavian-minimalism-meets-big presence vibe เรียบหรู ดูเพลิน

 

#5 – Uisge Source – $60 per litre (1,851 บาท/ลิตร)

ราคาขายปลีกที่สูงที่สุด: C$8 (187 บาท) ขนาด 100ml ขายที่ WhiskyWater.ca

ประเทศ: Scotland, UK

แหล่งน้ำ: น้ำบาดาล,น้ำพุ

TDS (ปริมาณเกลือแร่ mg/l): ขึ้นอยู่กับชนิด – 125, 183, 225

         Uisge เป็นน้ำที่จำหน่ายเพื่อขายคู่กับวิสกี้   มีแหล่งที่มาจาก Scotland ดินแดนที่โด่งดังในด้านวิสกี้      Uisge จำหน่ายเฉพาะขวดขนาด 100ml และมี 3 ชนิดให้เลือก คือ Highland (225 TDS) และ Speyside (125 TDS) ผลิตจากน้ำบาดาลที่มีประวัติอันยาวนาน  ส่วน Islay (183 TDS) ผลิตจากน้ำพุ

 

#4 – Bling h2o – $104 per litre (3,209 บาท/ลิตร)

ราคาขายปลีกที่สูงที่สุด: €69 (2,370 บาท) ขนาด 750ml จำหน่ายที่ Watershop.fr หรือ Eauxdumonde.fr

ประเทศ: USA

แหล่งน้ำ: น้ำพุ

TDS (ปริมาณเกลือแร่ mg/l): 140

         Bling เป็นยี่ห้อที่เน้นที่ขวดบรรจุภัณฑ์เกือบ 100% โดยที่ไม่ได้โฟกัสเรื่องน้ำเลย      ออกแบบโดยโปรดิวเซอร์จากฮอลลิวู้ด ผู้ซึ่งเห็นโอกาสในการที่จะเอาอีกหนึ่งสินค้ามีสไตล์สู่มือดาราดังทั้งหลาย   โดยการตกแต่งขวดด้วยคริสตัลของ Swarovski       และชื่นชมในความไฮโซหรูหรา โดยกล่าวว่า “Bling H2O is pop-culture in a bottle. But it’s not for everyone, just those that Bling.”       

         เว็บไซด์ในปัจจุบัน ไม่ได้กล่าวถึงแหล่งที่มาของน้ำอีกต่อไป  แต่ในเว็บไซด์เก่า กล่าวว่ามาจากน้ำพุในรัฐเทนเนสซี ซึ่งผ่านการกรองถึง 9 วิธี      เริ่มจำหน่ายตั้งแต่ปี 2005       และยังมีอยู่จนถึงปัจจุบัน

Bling ได้ผลิตรุ่น $2700 (83,182 บาท) ชื่อว่า “The Ten Thousand

 

#3 – Svalbarði Polar Iceberg Water – $166 per litre (5,123 บาท/ลิตร)

ราคาขายปลีกที่สูงที่สุด: HK$980 (3,859 บาท) ขนาด 750ml จำหน่ายที่ Aqua House Hong Kong

ประเทศ: Svalbard, Norway

แหล่งน้ำ: Iceberg

TDS (ปริมาณเกลือแร่ mg/l): 21

         Svalbarði เป็น luxury water brand   มีราคาสูงเนื่องจากมีที่มาจากพื้นที่ที่สูงที่สุดในโลก      เก็บรวบรวมก้อนภูเขานำแข็ง จากทะเลรอบๆ Svalbard ติดกับขั้วโลกเหนือที่ 78°N      บรรจุในขวดที่ออกแบบมาอย่างสวยหรูให้คู่ควรกับแหล่งที่มาของน้ำ     การผลิตและการบรรจุคำนึงถึงความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม

 

#2 – Nevas (Design Edition) – $190 per litre (5,864 บาท/ลิตร)

ราคาขายปลีกที่สูงที่สุด: €250 (8,585 บาท) ขนาด 1500ml จำหน่ายที่ NEVAS website

ประเทศ: Germany

แหล่งน้ำ: น้ำบ่อบาดาล

TDS (ปริมาณเกลือแร่ mg/l): ไม่ระบุ แต่มีปริมาณแคลเซียม 62 mg/l

         Nevas Water เป็นแบรนด์น้องใหม่ซึ่งดูเหมือนจะจำหน่ายเฉพาะในเยอรมัน และอาจมีที่ Ibiza, Spain ด้วย      มุ่งเป้าการตลาดเป็นน้ำสำหรับการ “เฉลิมฉลอง” โดยเป็นตัวเลือกแทนแชมเปญ และจำหน่ายในรูปแบบโซดา (sparkling version)      มุ่งเน้นการออกแบบขวดบรรจุภัณฑ์ และโฟกัสในเรื่องคุณภาพน้ำด้วย โดยเน้นย้ำเรื่องปริมาณแคลเซียมในน้ำ และแหล่งที่มาจากบ่อน้ำบาดาลที่มีอายุหลายร้อยปี 2 แห่ง

 

#1 – Fillico Jewelry Water – $616 per litre (19,012 บาท/ลิตร)

ราคาขายปลีกที่สูงที่สุด: €395 (13,567 บาท) ขนาด 720ml จำหน่ายที่ Fine Liquids

ประเทศ: Japan

แหล่งน้ำ: Surface?

TDS (ปริมาณเกลือแร่ mg/l): 113

         ได้ชื่อเล่นว่า “Jewelry Water”, Fillico เป็นยี่ห้อน้ำที่โฟกัสไปที่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เลิศหรูอลังการ      เหมือน Bling h2o     Fillico เริ่มต้นจากแคลิฟอร์เนียในปี 2005 โดยมุ่งเป้าที่ดาราฮอลลิวู้ด     อีก 1 ปีต่อมา ได้เริ่มเข้าไปขายในประเทศญี่ปุ่น และการเป็นแหล่งที่จำหน่ายมากที่สุดตั้งแต่นั้นมา     

         ใน website ได้กล่าวถึงคุณภาพของน้ำจากแหล่งที่มีประวัติความเป็นมาใน Kobe, Japan เรียกว่า Nunobiki Water    แต่ไม่แน่ชัดว่าเป็นน้ำชนิดใด   แต่ชื่อของ Nunobiki และจากข้อมูลออนไลน์ บ่งบอกถึงว่า น่าจะเป็นน้ำที่มาจากน้ำตก      ขวดบรรจุตกแต่งด้วยคริสตัล Swarovski      ถ้าคุณต้องการแก้วที่มีประกายไฟฟ้าเพื่อ show off ในงานของคุณ     Fillico ก็เหมาะที่จะเป็นเครื่องดื่มในงาน

 

ที่มา  https://svalbardi.com/blogs/news/what-is-the-most-expensive-water-in-the-world

3 Shares