ดื่มน้ำอัดลมแบบไดเอท (Diet Soda)แทนน้ำอัดลมแบบปกติ: ดีกว่าจริงหรือ

น้ำอัดลมแบบไดเอท เป็นเครื่องดื่มที่เป็นที่นิยมทั่วโลก  โดยเฉพาะในคนที่ต้องการลดการทานน้ำตาล หรือจำกัดแคลอรี่

         ถึงแม้จะไม่ได้ใส่น้ำตาล  แต่ในน้ำอัดลมแบบไดเอท ใส่สารให้ความหวานชนิดสังเคราะห์แทน  เช่น แอสพาร์เทม (aspartame), ไซคลาเมต (cyclamate), แซ็กคาริน  (saccharin), เอซีซัลเฟมเค (acesulfame-k) หรือ ซูคราโลส (sucralose)

         เกือบทุกๆยี่ห้อของเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงในท้องตลาด   มักผลิตรุ่น “light” หรือรุ่น “diet” ด้วย — Diet Coke, Coke Zero, Pepsi Max, Sprite Zero, ฯลฯ

         น้ำอัดลมแบบไดเอท เริ่มมีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1950s โดยแนะนำให้เป็นเครื่องดื่มสำหรับคนเป็นเบาหวาน   ต่อมาก็เริ่มทำการตลาดสำหรับกลุ่มคนที่ต้องการคุมน้ำหนัก และควบคุมปริมาณน้ำตาลในอาหาร

ทั้งๆที่ปราศจากน้ำตาลและแคลอรี่   แต่ในเรื่องผลต่อสุขภาพของน้ำอัดลมแบบไดเอทเหล่านี้  กลับเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่

 

น้ำอัดลมแบบไดเอท ไม่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพเลย

           น้ำอัดลมแบบไดเอท เป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำโซดา (carbonated water) หมายถึง น้ำที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ละลายอยู๋ภายใต้ความดัน , สารให้ความหวานชนิดสังเคราะห์ หรือธรรมชาติ, สารแต่งสี แต่งกลิ่น และวัตถุเจือปนอาหารอื่นๆ

         มักมีแคลอรี่เพียงเล็กน้อย หรือไม่มีเลย และไม่มีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย   ตัวอย่างเช่น ไดเอทโค๊ก 1 กระป๋อง (354 มล.) : ไม่มีแคลอรี่,น้ำตาล,ไขมัน หรือโปรตีนเลย  แต่มีปริมาณโซเดียมอยู่ 40 มก.

         อย่างไรก็ตาม  ไม่ใช่น้ำอัดลมแบบไดเอททุกยี่ห้อที่ใช้สารให้ความหวานชนิดสังเคราะห์  แล้วจะปราศจากน้ำตาล หรือแคลอรี่ต่ำ      บางยี่ห้อก็ใส่น้ำตาล และสารให้ความหวานผสมกัน     ตัวอย่างเช่น  Coca-Cola Life 1 กระป๋อง  ใช้สารให้ความหวานจากหญ้าหวาน (Stevia)   มีปริมาณแคลอรี่ 90 แคลอรี่ และมีน้ำตาล 24 กรัม

ในขณะที่แต่ละยี่ห้อ ก็จะมีส่วนผสมแตกต่างกัน   แต่ส่วนผสมหลักๆที่ใช้กันในน้ำอัดลมแบบไดเอท  ได้แก่:

  • น้ำโซดา (Carbonated water): น้ำโซดาที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เราเรียกว่าsparkling water       แต่น้ำโซดาส่วนใหญ่ จะผลิตจาก การอัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลงในน้ำ ภายใต้ความดัน
  • สารให้ความหวานแทนน้ำตาล (Sweeteners): มีทั้งชนิดสังเคราะห์ เช่น แอสพาร์เทม (aspartame), แซ็กคาริน (saccharin), ซูคราโลส (sucralose) หรือสารให้ความหวานจากสมุนไพร เช่น หญ้าหวาน (Stevia)      สารพวกนี้มีความหวานมากกว่าน้ำตาล 200–13,000 เท่า
  • กรด (Acids) : กรดบางชนิด เช่น กรดมะนาว (citric acid), กรดมาลิก (malic acid) และ กรดฟอสฟอริก (phosphoric acid) ถูกใช้เติมลงไปเพื่อเพิ่มความซาบซ่า ซึ่งกรดพวกนี้มีส่วนทำให้เคลือบฟัน (enamel) สึก
  • สารแต่งสี: ที่นิยมใช้มากที่สุดทำจาก แคโรทีนอยด์ (carotenoid) เป็นรงควัตถุ (pigment) สีเหลือง ส้ม แดง และส้ม-แดง, แอนโทไซยานิน (anthocyanins) เป็นรงควัตถุหรือสารสี (pigment) ที่ให้สีแดง ม่วง และน้ำเงิน และคาราเมล (caramel) หรือ น้ำตาลที่ผ่านความร้อนจนได้อุณหภูมิที่เหมาะสม
  • สารแต่งกลิ่นรส: อาจใช้น้ำผลไม้ธรรมชาติ หรือสารสังเคราะห์
  • สารกันเสีย (Preservatives): เพื่อให้มีอายุการเก็บรักษานาน สารกันเสียที่นิยมใช้ คือ เกลือโพแทสเซียมของกรดเบนโซอิก (potassium benzoate)
  • วิตามินและเกลือแร่ (Vitamins and minerals): ใส่เพื่อประโยชน์ทางการตลาดว่าเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยขน์ต่อสุขภาพที่ปราศจากแคลอรี่
  • คาเฟอีน (Caffeine): น้ำอัดลมแบบไดเอททั่วไป ก็มีการใส่คาเฟอีนเหมือนน้ำอัดลมปกติ      ไดเอทโค้ก 1 กระป๋อง มีคาเฟอีน 46 มก.  และไดเอทเป็บซี่มีคาเฟอีน 34 มก.

 

ผลในเรื่องการช่วยลดน้ำหนักยังเป็นที่ถกเถียงกัน

         เนื่องจากน้ำอัดลมแบบไดเอทนั้นปราศจากแคลอรี่   ดังนั้น จึงเข้าใจว่าสามารถช่วยในการลดน้ำหนักได้     แต่อย่างไรก็ตาม การวิจัยพบว่า อาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น

         มีการศึกษาวิจัยมากมายกลับพบว่า การใช้สารให้ความหวานชนิดสังเคราะห์ และการดื่มน้ำอัดลมแบบไดเอทมากๆ  มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเป็นโรคอ้วน และภาวะเมแทบอลิกซินโดรม (metabolic syndrome)

 

         นักวิทยาศาสตร์พบว่า น้ำอัดลมแบบไดเอท อาจไปเพิ่มความอยากอาหาร โดยไปกระตุ้นฮอร์โมนที่ควบคุมความหิว, มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของตัวรับรสหวานของร่างกาย และไปกระตุ้นการตอบสมองต่อโดปามีน (dopamine) ในสมอง

         และเนื่องจากน้ำอัดลมแบบไดเอท ปราศจากแคลอรี่   จึงอาจทำให้คนรับประทานของหวาน และอาหารแคลอรี่สูงมากขึ้น  เนื่องจากชะล่าใจ   และมีผลให้น้ำหนักขึ้นในที่สุด      แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานที่แน่นอนในการสรุปคำกล่าวนี้

         อีกทฤษฎีหนึ่ง อธิบายว่า การที่น้ำอัดลมแบบไดเอท มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้น้ำหนักขึ้น   เป็นเพราะคนที่ดื่มน้ำอัดลมแบบไดเอทมากๆ  เป็นพวกที่มีนิสัยในการเลือกรับประทานอาหารที่ไม่ดี      ดังนั้น  น้ำหนักที่ขึ้นก็อาจเกิดจากอาหารที่กินนั่นเอง   ไม่ได้เกิดจากน้ำอัดลมแบบไดเอท

 

มีงานวิจัยบางชิ้นที่ระบุว่าน้ำอัดลมแบบไดเอทเกี่ยวข้องกับการเป็นโรคเบาหวาน และโรคหัวใจ

         มีงานวิจัยพบว่า การดื่มเครื่องดื่มที่ผสมสารให้ความหวานแทนน้ำตาลวันละ 1 serving มีความเกี่ยวข้องกับอัตราเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เพิ่มขึ้นถึง 8–13% และเกี่ยวข้องกับอัตราเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคความดัน และโรคหัวใจด้วย

         จากการรีวิว 4 การทดลอง ในคน 227,254 คน  พบว่า การดื่มเครื่องดื่มที่ผสมสารให้ความหวานแทนน้ำตาลวันละ 1 serving มีความเกี่ยวข้องกับอัตราเสี่ยงในการเป็นความดันสูง เพิ่มขึ้น 9%

         แต่เนื่องจากการศึกษาวิจัยเหล่านี้เป็นลักษณะการวิจัยจากการสังเกตุการณ์   จึงอาจเป็นไปได้ว่า   คนที่มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน และโรคความดันสูงอยู่แล้ว   แค่เลือกดื่มน้ำอัดลมแบบไดเอท เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

การทดสอบพีเอชของน้ำด้วย pH Test

น้ำอัดลมแบบไดเอท กับสุขภาพไต

การดื่มน้ำอัดลมแบบไดเอท  มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคไตเรื้อรัง

         มีการวิจัยได้วิเคราะห์อาหารของคนจำนวน 15,368 คน   พบว่า ความเสี่ยงในการเกิดโรคไตระยะสุดท้าย เพิ่มขึ้นตามจำนวนแก้วในการดื่มน้ำอัดลมแบบไดเอทที่เพิ่มขึ้นต่อสัปดาห์

         เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่ดื่มน้อยกว่า 1 แก้วต่อสัปดาห์     พบว่า คนที่ดื่มน้ำอัดลมแบบไดเอทมากกว่า 7 แก้วต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยงในการเป็นโรคไตเพิ่มมากขึ้นเกือบ 2 เท่า

สาเหตุก็น่าจะมาจากน้ำอัดลมแบบไดเอท มีปริมาณฟอสฟอรัสสูง  ซึ่งอาจทำให้ไตทำงานหนักในการกำจัดออก

         แต่อย่างไรก็ตาม   ผู้ที่ดื่มน้ำอัดลมแบบไดเอทมากๆ  ก็อาจมีแนวโน้มในการรับประทานอาหารและมีการใช้ชีวิตที่อาจเป็นเหตุปัจจัยส่งผลในการเกิดโรคไตได้เช่นเดียวกัน

 

น้ำอัดลมแบบไดเอท กับการคลอดก่อนกำหนดและโรคอ้วนในเด็ก

การดื่มน้ำอัดลมแบบไดเอทในขณะที่ตั้งครรภ์  พบว่ามีผลเสียหลายอย่าง   รวมทั้งการคลอดก่อนกำหนดและโรคอ้วนในเด็ก

         การศึกษาวิจัยในประเทศนอร์เวย์ ในสตรีมีครรภ์จำนวน 60,761 คน  พบว่า การดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และสารให้ความหวานสังเคราะห์   มีส่วนทำให้อัตราเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนดเพิ่มมากขึ้น 11%

         การศึกษาวิจัยในประเทศเดนมาร์ค ในสตรีมีครรภ์จำนวน 60,000 คน ก็ได้ผลคล้ายคลึงกัน   โดยพบว่า  สตรีที่ดื่มน้ำอัดลมแบบไดเอท 1 serving/วัน  มีแนวโน้มในการคลอดก่อนกำหนดมากกว่าสตรีที่ไม่ได้ดื่ม 1.4 เท่า

         อย่างไรก็ตาม  การวิจัยเหล่านี้  ทำโดยการสังเกตุการณ์เท่านั้น  และไม่มีการให้คำอธิบายถึงสาเหตุของการดื่มน้ำอัดลมแบบไดเอทที่ส่งผลต่อการคลอดก่อนกำหนด

         นอกจากนี้  ยังพบว่า การดื่มเครื่องดื่มที่ใส่สารให้ความหวานสังเคราะห์ ในขณะตั้งครรภ์   ส่งผลต่อความเสี่ยงในการเป็นโรคอ้วนในเด็กอย่างมีนัยสำคัญ

         มีการวิจัยหนึ่ง พบว่า การบริโภคเครื่องดื่มแบบไดเอทในขณะตั้งครรภ์   ส่งผลให้ความเสี่ยงในการมีทารกน้ำหนักเกิน เมื่ออายุ 1 ปี เพิ่มมากขึ้น 2 เท่า

         จำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัยเพิ่มมากขึ้นในอนาคต   เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุในทางชีวภาพ และผลเสียต่อสุขภาพของเด็กในระยะยาว ที่เกิดจากน้ำอัดลมแบบไดเอทในครรภ์มารดา

 

3 Shares