เคอร์คูมินและการฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน

 
         เคอร์คูมิน (Curcumin) เป็นที่รู้จักกันมาอย่างยาวนานว่ามีคุณสมบัติทางการแพทย์ และการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เมื่อไม่นานมานี้ได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการรักษามะเร็ง       เคอร์คูมินถูกแสดงให้เห็นว่าเป็นสารที่มีการทำหน้าที่ในหลายรูปแบบ โดยเล็งเป้าไปที่ลักษณะเด่นต่างๆ ตามแบบฉบับของมะเร็ง อย่างเช่น การแบ่งตัวเพิ่มจำนวนไปเรื่อยๆ , การหลบหลีกกระบวนการตายของเซลล์ (apoptosis) , การสร้างเส้นเลือดใหม่ไปเรื่อยๆ , การไม่ไวต่อตัวยับยั้งการเจริญเติบโต , การบุกรุกเนื้อเยื่อ (tissue invasion)        และการลุกลามแพร่กระจาย  ฯลฯ       อย่างไรก็ตาม หนึ่งในบรรดาลักษณะเด่นที่เกิดขึ้นใหม่ของมะเร็งคือ การหลบหลีกระบบภูมิคุ้มกัน โดยเนื้องอกต่างๆ       เนื้องอกที่กำลังเจริญเติบโตได้รับเอากลยุทธ์หลายอย่างมาใช้ เพื่อหลบหนีกระบวนการเฝ้าระวังของภูมิคุ้มกัน (immune surveillance) และประสบความสำเร็จในการพัฒนาตัวเองขึ้นมาในร่างกาย       ในการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ที่แสดงว่าเคอร์คูมินก็เล็งเป้าไปที่กระบวนการหลบหลีกระบบภูมิคุ้มกันดังกล่าวนี้ และช่วยฟื้นฟูภูมิคุ้มกันในการต่อสู้กับมะเร็งด้วย
 

ความเป็นมา

         ขมิ้น เป็นหนึ่งในเครื่องเทศที่มีการนำมาใช้กันอย่างกว้างขวางมากที่สุด ได้มาจากต้นขมิ้น Curcuma longa ซึ่งเป็นพืชวงศ์ Zingiberaceae (ขิง)      บางส่วนของขมิ้น  ถูกพิจารณาว่าเป็นสารประกอบสำคัญ   โดยรู้จักกันว่าเป็นสารกลุ่มเคอร์คูมินอยด์ (เคอร์คูมิน , ดีเมทท็อกซีเคอร์คูมิน , บิสดีเมทท็อกซีเคอร์คูมิน)
           ไม่นานมานี้  เคอร์คูมินถูกพบว่ามีคุณสมบัติต้านมะเร็ง ซึ่งส่งผลกับวิถีต่างๆ ในทางชีววิทยา (biological pathway) ที่เกี่ยวข้องกับ การกลายพันธุ์ , การแสดงออกของยีนมะเร็ง , การควบคุมวัฎจักรเซลล์ , การตายของเซลล์ (apoptosis) , การสร้างเส้นเลือดใหม่ (angiogenesis) , การลุกลามแพร่กระจาย (metastasis)
 

เคอร์คูมินต่อต้านลักษณะเด่นต่างๆ ของมะเร็ง

         ไม่นานมานี้มีการแนะว่า เนื้องอกชนิดต่างๆ มีลักษณะทั่วไปร่วมกันหลายอย่าง (ลักษณะเด่น ; hallmark) ขณะที่เนื้อร้ายทำการเปลี่ยนเซลล์ปกติไปเป็นเซลล์มะเร็ง      ในปี ค.ศ. 2000 Hanahan และ Weinberg ได้เสนอว่า คุณสมบัติทางชีววิทยา 6 อย่าง ประกอบกันเป็นลักษณะเด่นของมะเร็ง โดยมะเร็งในมนุษย์ต้องใช้คุณสมบัติเหล่านี้สำหรับการพัฒนาซึ่งมีหลายขั้นตอน          เป็นที่น่าสนใจว่า เคอร์คูมินสามารถยับยั้งความสามารถหลักทั้ง 6 ประการดังกล่าวของเซลล์มะเร็ง และจำกัดไม่ให้เนื้องอกเติบโตขึ้นในร่างกาย

เคอร์คูมินรบกวนการส่งสัญญาณการแบ่งตัวเพิ่มจำนวน

      เคอร์คูมิน ยับยั้งวิถีการส่งสัญญาณการแบ่งตัวหลายวิถี ที่มีการส่งสัญญาณเพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อนในขณะที่มะเร็งดำเนินไป      เคอร์คูมิน ยับยั้งการแสดงออกของ NFκB ที่ควบคุมการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนของเซลล์ , การลุกลามแพร่กระจาย , การสร้างเส้นเลือดใหม่ , การตายของเซลล์ , และการต้านทานต่อเคมีบำบัด

เคอร์คูมินและการฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน

เคอร์คูมินกดการเจริญเติบโตของเนื้องอก

         เซลล์มะเร็งนอกจากจะมีความสามารถในการเหนี่ยวนำและคงไว้ซึ่งสัญญาณกระตุ้นการเจริญเติบโตในทางบวกแล้ว ยังต้องมีความสามารถในการหลบหลีกกลไกที่ควบคุมการแบ่งเซลล์ในทางลบอีกด้วย โดยยับยั้งการทำงานของยีนกดเนื้องอก (tumor suppressor gene) TP53 คือโปรตีนที่สำคัญที่สุดที่ทำงานในวงจรควบคุมส่วนกลาง (central regulatory circuit) ซึ่งควบคุมการตัดสินใจของเซลล์ว่าจะทำการแบ่งตัว หรือจะเข้าสู่การเสื่อมสภาพและเริ่มโปรแกรมการตายของเซลล์       การทดลองภายนอกร่างกาย (in vitro) และภายในร่างกาย (in vivo) หลายการศึกษายืนยันว่า เคอร์คูมินเพิ่มการแสดงออกของ TP53 และเหนี่ยวนำการตายของเซลล์มะเร็ง
 

เคอร์คูมินนำความต้านทานต่อการตายของเซลล์กลับคืนมา

          เซลล์เนื้องอกมีการใช้ประโยชน์จากกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อจำกัดหรือหลีกเลี่ยงการตายของเซลล์       ขณะที่เนื้องอกดำเนินไปนั้น โปรตีนกดเนื้องอก TP53 จะมีจำนวนลดลง ดังนั้นจึงมีการหยุดชะงักการทำหน้าที่ที่สำคัญซึ่งคือ การตรวจจับความเสียหาย และ การกระตุ้นวงจรการเหนี่ยวนำการตายของเซลล์       เคอร์คูมินจะไปกระตุ้นเอนไซม์ โปรตีเอส, ฟอสฟาเตส, ไลเปส ของไลโซไซม์ ซึ่งจะเริ่มกระบวนการตายของเซลล์แบบที่กลืนกินตัวเอง

เคอร์คูมินป้องกันการสร้างเส้นเลือดใหม่

      เช่นเดียวกับเซลล์ปกติ เนื้องอกก็ต้องการสารอาหารและออกซิเจน และปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนเกิน เพื่อรักษาระดับการเจริญเติบโตที่ไม่สามารถควบคุมได้     กระบวนการสร้างเส้นเลือดใหม่โดยเนื้องอกจะเติมเต็มความต้องการอันจำเป็นเหล่านี้ ปัจจัยการสร้างเส้นเลือดอย่างเช่น VEGF และ แองจิโอพอยอิติน ทำการเหนี่ยวนำและควบคุมกระบวนโดยรวมในการสร้างเส้นเลือดใหม่ เคอร์คูมินจำกัดการแสดงออกที่มากเกินไปของ VEGF และ แองจิโอพอยอิติน และป้องกันไม่ให้เกิดกระบวนการสร้างเส้นเลือดใหม่โดยตัดการส่งอาหารและออกซิเจนที่ไปเลี้ยงเซลล์มะเร็ง

 

เคอร์คูมินจำกัดการกระตุ้นไม่ให้เกิดการลุกลามแพร่กระจายและการบุกรุก

         เนื้องอกมีการเจริญบุกรุกอย่างต่อเนื่อง และเคลื่อนย้ายเข้าสู่บริเวณอื่นที่ห่างออกไปโดยรุกล้ำเข้าไปในส่วนของแมทริกซ์ที่อยู่นอกเซลล์ผ่านทางกระบวนการลุกลามแพร่กระจายและการบุกรุก       การทดลองภายนอกร่างกายพบว่า เคอร์คูมินยับยั้งเซลล์ไม่ให้มีการเคลื่อนย้าย, การบุกรุก, การสร้างโคโลนี และการทดลองภายในร่างกายพบว่า เคอร์คูมินลดการเจริญเติบโตและการลุกลามแพร่กระจายของเนื้องอก        เคอร์คูมินลดการบุกรุกของเซลล์ ลดการยึดเกาะของเซลล์ ลดโมเลกุลแมทริกซ์นอกเซลล์ เช่น แมทริกซ์เมทัลโลโปรตีเอส, CCRX4, COX2, ELAM1, ECAM1 ซึ่งเป็นสารที่จำเป็นต่อการคงไว้ซึ่งการลุกลามแพร่กระจาย       เมื่อไม่นานมานี้พบว่า เคอร์คูมินยับยั้งการเคลื่อนย้ายของเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งเต้านม โดยการเพิ่มขยายวงจรการป้อนกลับทางลบ (negative feedback loop) แบบ E-cadherin/beta-catenin
 

เคอร์คูมิน : ผลทั่วไปต่อระบบภูมิคุ้มกัน

         เคอร์คูมิน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีถึงผลในการบำบัดรักษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรคมะเร็งนั้น ยังเป็นที่จดจำกันด้วยว่าคือตัวปรับระบบภูมิคุ้มกันที่มีศักยภาพ       เคอร์คูมินถูกแสดงว่ามีผลในการปรับภูมิคุ้มกัน (immunomodulatory) ต่อหลายเซลล์และอวัยวะในระบบภูมิคุ้มกัน

 

         T cells

ทีเซลล์หลายการศึกษาได้รายงานว่า เคอร์คูมินสามารถปรับการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนและการกระตุ้นของทีเซลล์ได้      มีรายงานว่าเคอร์คูมินลดการแบ่งตัวของทีเซลล์ที่ถูกเหนี่ยวนำด้วยสารประกอบอย่างเช่น คอนคานาวาลิน เอ (Con A) , ไฟโตฮีแมกกลูตินิน (PHA) , โฟร์บอล-12-ไมริสเตท-13-อะซิเตท (PMA).
 

         B-cells

 เคอร์คูมินยังถูกแสดงอีกด้วยว่า  สามารถควบคุมเซลล์อื่นๆ ในระบบภูมิคุ้มกันด้วย       มีการแสดงว่า  สามารถยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดบีเซลล์ โดยยับยั้งผ่านทางการลดกิจกรรมของ c-MYC, BCL-XL, NFκB         มีการรายงานด้วยว่าเคอร์คูมินไปขัดขวางบีเซลล์ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นอมตะด้วยไวรัสเอ็บสไตน์บาร์ (EBV)
 

         Macrophages (แมคโครฟาจ)

เคอร์คูมินถูกแสดงว่าทำการปรับกิจกรรมของแมคโครฟาจ และยับยั้งการสร้างอนุพันธุ์ออกซิเจนที่ว่องไว (ROS)      เคอร์คูมินสนับสนุนกระบวนการเก็บกินของแมคโครฟาจบริเวณช่องท้องของหนู
 

         NK cells (เซลล์เพชฌฆาต)

 เคอร์คูมินมีประสิทธิผลกับเซลล์เพาะเลี้ยงต่อเนื่อง (cell line) ของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดเซลล์เพชฌฆาต โดยจะไปสนับสนุนกายตายของเซลล์ด้วยการควบคุมวิถี NFκB และขัดขวาง BCL-XL , Cyclin D1 , อื่นๆ
 

         เซลล์เดนไดรท์

Kim และคณะ ได้รายงานว่า เคอร์คูมินสามารถกดการแสดงออกของ CD80 , CD86 , แอนติเจน class-II จากเซลล์เดนไดรท์       เคอร์คูมินยังไปขัดขวางการปล่อยไซโตคายน์ชนิดอักเสบ อย่างเช่น IL1β , IL6 , TNFα จากเซลล์เดนไดรท์ที่ถูกกระตุ้นด้วยไลโปโพลีแซคคาไรด์ (LPS)        เคอร์คูมินถูกแสดงว่าทำการปรับกระบวนการสร้างพลังงาน ATP (phosphorylation) ของ MAPK และปรับกระบวนการเคลื่อนย้ายนิวเคลียสของ NFκB ในเซลล์เดนไดรท์

การตายของทีเซลล์ที่ลดลง

      เคอร์คูมินเสริมภูมิคุ้มกันต่อต้านเนื้องอก : เคอร์คูมินสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อต้านเนื้องอกได้ผ่านทางกลไกต่างๆ     กลไกเหล่านี้ ได้แก่ การเพิ่มประชากรของทีเซลล์ชนิด CD8+ , CD4+ และเพิ่มไซโตคายน์ของทีเซลล์ชนิด Th1 อย่างเช่น IFNγ ซึ่งจะไปควบคุมการตายของเซลล์เนื้องอก     เคอร์คูมินสามารถขัดขวางการพัฒนาของทีเซลล์ชนิด Treg ดังนั้นไซโตคายน์ที่กดภูมิคุ้มกัน อย่างเช่น IL10 , TGFβ จะลดลง     เคอร์คูมินยังไปลดการตายของทีเซลล์ที่ถูกเหนี่ยวนำด้วยเนื้องอกอีกด้วย     กระบวนการทั้งหมดเหล่านี้ช่วยให้สภาวะแวดล้อมโดยรวมแบบกดภูมิคุ้มกันซึ่งสร้างขึ้นมาโดยเนื้องอกนั้นไร้ผล และนำไปสู่การถดถอยของเนื้องอก     ดังนั้น เคอร์คูมินมีความสามารถในการเปลี่ยนสมดุลต่างๆ ให้ส่งผลดีกับระบบภูมิคุ้มกัน และนำกระบวนการกำจัดเนื้องอกที่ควบคุมโดยระบบภูมิคุ้มกันกลับคืนมา

 

* โดยภาควิชาเวชศาสตร์ระดับโมเลกุล สถาบันโบส

ขอแนะนำ Enagic Ukon

         ในขณะที่ Enagic ได้รับชื่อเสียงในฐานะ “Gold Standard” ในอุตสาหกรรมเครื่องผลิตน้ำ “Water Ionizers”     แต่ Enagic Ukon ได้รับชื่อเสียงว่าเป็น “Gold Standard” ในอุตสาหกรรมอาหารเสริมสำหรับผลิตภัณฑ์จากขมิ้น

         บริเวณที่ใช้ปลูกขมิ้นที่ใช้สำหรับผลิต Ukon ของ Enagic นั้นตั้งอยู่ที่ปลายส่วนเหนือของโอกินาว่า  หรือที่รู้จักกันในชื่อ Yanbaru ภูมิภาคนี้มักถูกเรียกว่า “สมบัติของธรรมชาติ” (shizen no takara) ในภาษาญี่ปุ่น    ซึ่งเก็บเกี่ยวโดย บริษัทอีนาจิก เท่านั้น       Ukon ปลูกในฟาร์มเฉพาะใน Yanbaru     ดินที่มีอยู่ในโอกินาว่าเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเพาะปลูกของ Ukon   เป็นชั้นดินที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่เข้มข้นสำหรับ Ukon ที่จะเติบโต      นอกจากนี้ยังมีคำกล่าวว่า  มุมและความยาวของแสงแดดในช่วงวันที่อบอุ่นของโอกินาวานั้นเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเติบโตของ Ukon       ส่วนผสมทั้งหมดถูกล้าง, ฆ่าเชื้อ และแปรรูปด้วยน้ำ Kangen ชนิดต่าง ๆ   

         ส่วนผสมทุกอย่างทำจากพืช 100% เป็นสูตรมังสวิรัติโดยไม่ใช้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ แต่อย่างใด *       Enagic Ukon ของเราผลิตด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดที่เกี่ยวข้องในกระบวนการเพาะปลูก  เพื่อส่งมอบส่วนผสมที่ดีต่อสุขภาพในธรรมชาติ       Enagic Ukon เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์    โดยมีการพัฒนาวิจัยอย่างต่อเนื่องในเรื่องผลต่อสุขภาพร่างกาย, น้ำ และผลในการต้านอนุมูลอิสระ      Enagic Ukon มีการดูดซึมและการกระจายทั่วร่างกายสูง      เป็นเวลานานหลายศตวรรษแล้วที่ขมิ้นมีการใช้กันอย่างแพร่หลายเป็นเครื่องเทศ, ยา, อาหาร และสารแต่งสีในภูมิภาคเอเชีย      ในความเป็นจริงขมิ้นมักถูกเรียกว่า “Spice of Life”!                    *สูตรที่ขายในอเมริกา

      มีคำพูดที่ว่า “จื๋ว แต่แจ๋ว”   หมายความว่า  ขนาดของสิ่งของ  ไม่ได้แปลผันตามคุณค่าเสมอไป  และเมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์ Ukon ของ Enagic    คำพูด “จิ๋วแต่จิ๋ว” นี้ ถูกต้องยิ่งนัก     Enagic ได้
บรรจุสิ่งมีคุณค่าอย่างยิ่งลงในผลิตภัณฑ์ Ukon   ซึ่งผลิตที่โรงงานของตนเอง    โรงงานผลิต Ukon ของ Enagic เป็นโรงงานผลิตอาหารที่จดทะเบียนโดยองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา หมายเลขทะเบียน 18161996856     โดยมีมาตรฐานระดับสูงในเรื่องความปลอดภัย, การควบคุมคุณภาพ, ความสะอาด และมาตรฐานการปฏิบัติงาน  เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับอีนาจิค  และตรงตามข้อกำหนดของ FDA 

        การผลิตผลิตภัณฑ์ Enagic Ukon ทุกขั้นตอน  เกิดขึ้นที่โรงงานแห่งนี้    รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Ukon Sigma, Ukon
ชา และสบู่อูคอน  ซึ่งทั้งหมดมีขมิ้นชันเป็นส่วนผสมหลัก      เป็นเวลานานหลายศตวรรษแล้ว  ที่ขมิ้นชันถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายเป็นเครื่องเทศ, ยา, อาหาร และสารแต่งสี ในประเทศส่วนใหญ่ของเอเชีย      มันเป็นที่นิยมใช้ในประเทศอินเดีย   ไม่ได้เกิดจากสีและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เท่านั้น   แต่ยังเป็นเพราะมันมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย      ในความเป็นจริง  ขมิ้นชันมักถูกเรียกว่า ‘Spice of Life’       แต่จริงๆแล้วขมิ้นชันคืออะไร  และทำไมมันถึงดีต่อร่างกาย? 

        การวิจัยล่าสุดจากทั่วโลกพบว่า  ขมิ้นชันมีประสิทธิภาพสูงในการรักษาปัญหาสุขภาพต่าง ๆ       นอกจากนี้  ยังมีสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากมาย  เช่น โปรตีน, ใยอาหาร, ไนอาซิน, วิตามินซี, วิตามินอี, วิตามินเค, โพแทสเซียม, แคลเซียม, ทองแดง, เหล็ก, แมกนีเซียม และสังกะสี 

        นอกจากนี้ ยังมี lipopolysaccharide ที่สามารถช่วยในการกระตุ้นและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย      อุดมไปด้วยตัวต้านเชื้อแบคทีเรีย, ไวรัส และเชื้อรา  ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อต่อสู้กับไข้หวัดและอาการไอ    ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ
หากคุณพบว่าตัวเองทุกข์ทรมานจากอาการหวัด หรือคล้ายไข้หวัดใหญ่   ให้ลองดื่ม UKON Tea ร้อนๆสักถ้วย และปล่อยให้มันช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น
         นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับบรรเทาอาการปวดและอักเสบ
เมื่อพูดถึงการบรรเทาอาการปวด   ผู้คนมากมายต่างพึ่งพายาแก้อักเสบ เช่น ไอบูโพรเฟน และแอสไพริน  เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวปวดหลัง, ปวดกล้ามเนื้อ และอาการปวดอื่นๆ      ในขณะที่ยาเหล่านี้
มีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการปวดและการอักเสบ  แต่ก็อาจนำไปสู่ผลข้างเคียงมากมาย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการใช้ในระยะยาว  

ผลข้างเคียงของการใช้ยาต้านการอักเสบในระยะยาว เช่น คลื่นไส้, ท้องร่วง, เลือดออกในทางเดินอาหาร, ความดันโลหิตสูง  และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจวายได้      คุณอาจสงสัยว่าขมิ้นชันจะช่วยเรื่องการอักเสบได้อย่างไร      จริง ๆ แล้วมันช่วยได้โดยวิธีเดียวกันกับยาต้านการอักเสบ เช่น ibuprofen แต่ไม่มีผลข้างเคียง      ยาพวกไอบูโปรเฟน ทำงานโดยยับยั้งเอนไซม์ COX-2
(Cyclooxygenase 2) ซึ่งเป็นสาเหตุให้บริเวณของร่างกายที่เกิดการอักเสบ  มีอาการปวดและอักเสบมากขึ้น      ยาต้านการอักเสบจะบล็อกอาการปวด และลดการอักเสบ โดยการปิดกั้นเอนไซม์นี้      โชคไม่ดีที่มีการค้นพบผลไม่พึงประสงค์ต่อสุขภาพที่เชื่อมโยงกับยาเหล่านี้มากขึ้นเรื่อย ๆในแต่ละปี 

        ขมิ้นชัน ต้านการอักเสบได้ดี เพราะมันมีสารประกอบ เคอร์คูมิน อยู่ในระดับสูง  ซึ่งเป็นตัวยับยั้ง COX-2      อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ขมิ้นชันมีผลได้เช่นเดียวกันกับแก้อักเสบ  แต่ไม่ค่อยจะทำให้เกิดผลข้างเคียง      ขมิ้นชันที่ Enagic ใช้นั้น ปลูกในพื้นที่ที่ตอนเหนือสุดของโอกินาว่า หรือที่รู้จักกันว่า Yanbaru      ภูมิภาคนี้มักเรียกกันว่า “สมบัติธรรมชาติ” (shizen no takara) ในภาษาญี่ปุ่น       The Spring Ukon ที่เก็บเกี่ยวเฉพาะสำหรับ บริษัทอีนาจิค นั้น
ปลูกในฟาร์มเฉพาะใน Yanbaru

        Ukon Sigma เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตัวแรกของโลกที่ผลิตโดยรวมเคอร์คูมิน, Kangen Water และน้ำมันหอมระเหยจาก Spring Ukon ที่ปลอดสารเติมแต่ง 100%      softgel capsule * ได้รับการจดสิทธิบัตร และทำจากพืช 100%  และมีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น น้ำมันมะกอก, น้ำมันงาขี้ม้อน, น้ำมัน flaxseed และ tocotrienol       นวัตกรรมการบรรจุ  ใช้เทคโนโลยีในการขับไล่ความชื้นและป้องกันปฏิกิริยาออกซิเดชัน      อาหารเสริมขมิ้นชันยี่ห้ออื่น ๆ จะถูกออกซิไดซ์ เมื่อเปิดแพ็คเก็จอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ใช่Enagic Ukon      แต่ละแคปซูลได้รับการบรรจุแยก และเก็บรักษาคุณค่าไว้จนกว่าจะถูกแกะออกรับประทาน      Enagic Ukon ผลิตขึ้นด้วยความใส่ใจทุกรายละเอียด  เพื่อส่งมอบส่วนผสมที่ดีต่อสุขภาพของคุณใน
ลักษณะที่เป็นธรรมชาติ      มันเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกพัฒนามาไม่ซ้ำแบบใคร  อันเป็นผลมาจากการวิจัยอย่างต่อเนื่องในเรื่องประโยชน์ต่อสุขภาพ, น้ำ และสารต้านอนุมูลอิสระ   

        นอกจากอาหารเสริม Ukon แคปซูลแล้ว  เรายังสามารถเพลิดเพลินไปกับประโยชน์ของขมิ้นชันใน Enagic ชา Ukon ซึ่งมีประโยชน์ในการช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน      คุณสามารถเอร็ดอร่อยกับชาร้อน หรือเย็น   ชาที่ทำจาก Ukon มีปริมาณเคอร์คูมินอยู่สูง, ไม่มีสารกันบูด, สารแต่งสี หรือสารเติมแต่ง

* มีน้ำมันปลาในบางประเทศด้วย  

โรงงานผลิต Ukon

ต้นขมิ้นชัน (Ukon) ถูกปลูกและเลี้ยงดูให้เติบโต ภายใต้แสงแดดเมืองร้อนที่โอกินาวา

Autumn Ukon ออกดอกสีขาว    ในขณะที่ Spring Ukon ซึ่งเป็นพันธุ์ป่าที่หายาก ออกดอกสีชมพู

เกษตรกรเก็บเกี่ยว Ukon จากแปลงปลูก บรรจุใส่ในลัง แล้วมาส่งที่โรงงาน

Ukon (ขมิ้นชัน) ที่เก็บเกี่ยวแล้ว         จะถูกล้างด้วยน้ำสตรองคังเก้นพีเอช 11.5 ก่อน  เพื่อขจัดคราบดินสกปรก

คนงานจะคัดเอาใบไม้ใบหญ้า ก้อนหิน ฯลฯ ออกไป และหั่น Ukon ให้เป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนที่จะนำไปทำความสะอาดในบ่อที่ใช้ระบบ jet water

ขมิ้นชัน จะถูกวางบนสายพานลำเลียง  ซึ่งเศษดินและสิ่งปนเปื้อนอื่นๆ จะถูกฉีดพ่นทิ้งไป  ซึ่งคนงานจะตรวจสอบขมิ้นชันที่ล้างแล้วอีกครั้ง

ขมิ้นชัน จะถูกขัดเล็กน้อย และถูกปอกเปลือก ภายใต้น้ำที่ไหลเป็นสายฝักบัว  แล้วบรรจุลงในลัง

ลัง Ukon จะถูกแช่ในภาชนะใบใหญ่  โดยเปิดน้ำสตรองเอซิดิกพีเอช 2.5 ให้ไหลผ่าน 2-5 นาที เพื่อฆ่าเชื้อ

Ukon ถูกล้างผ่านระบบน้ำร้อนฝักบัว  ขณะที่ถูกส่งต่อไปอีกห้องหนึ่ง ซึ่งจะมีคนงานคอยตักไปใส่เครื่องหั่นเป็นชิ้นบางๆ

เมื่อออกจากเครื่องหั่นชิ้น    Ukon ที่ถูกหั่นเป็นชิ้นบางๆแล้ว (1 มม.) จะถูกบรรจุลงภาชนะใบใหญ่

คนงานเช็คเป็นขั้นตอนสุดท้ายว่า Ukon ถูกวางแผ่กระจายอย่างเท่าๆกันบนถาด

ถาด Ukon จะถูกบรรจุใส่ในเครื่องอบแห้งที่อุณหภูมิ 72 ํC (161.6 ํF) เป็นเวลาประมาณ 7 ชั่วโมง

โรงงานมสามารถผลิต และแปรรูป Ukon ได้ประมาณ 3.5 ตัน/วัน  ซึ่งเมื่อได้เป็น Ukon แห้ง จะมีน้ำหนักประมาณ 500 กิโลกรัม

Spring และ Autumn Ukon ที่อบแห้งแล้ว จะถูกบดให้มีความหยาบและละเอียด แล้วแต่การใช้งาน ในการผลิตเป็นชา, แคปซูล หรือสบู่ Ukon

7 Shares